ยินดีต้อนรับนักลงทุนออนไลน์ที่สนใจการลงทุนในตลาด Forex ทุกท่านครับ

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

การดู กราฟแบบง่ายๆ "ซื้อแพง แต่กำไร"

วันนี้ผม จะมาแฉความลับ สวรรค์ ในเรื่องของกราฟหุ้น ...ว่าที่จริงแล้ว มันมิใช่ความลับแต่อย่างใด ...ใช่!! การอ่านกราฟ หรือ ที่เราเรียกว่า Technical Analysis ก็คือ การอ่าน Trend ว่ามีโอกาสที่ราคาหุ้นจะ "ขึ้น" หรือ "ลง" ก็เท่านั้นเอง
ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
ไอ้ ตัวราคาหุ้นที่เราเอามา Plot เป็น "แท่งเทียน" ก็คือ การบันทึก "ราคาเปิด ปิด สูง ต่ำ รวมอยู่ในแท่งนั้นๆ" ..ดังนั้น ในแต่ละแท่งเทียน มันก็บอกได้ว่า ในวันๆนั้นมีการซื้อขายอย่างไรบ้าง ...แท่งแดงๆ ก็คือ ลงเยอะ ..แท่งเขียวๆ ก็คือขึ้น ...นั่นแหละ แท่งเทียน!!

เอา ล่ะครับ เมื่อเราเข้าใจเล็กน้อยว่า "แท่งเทียน" คือ ราคา ... ถ้าเราต้องการคาดเดาว่า ราคาพรุ่งนี้ "น่าจะขึ้น หรือ ลง" เราต้องเอา Indicator เข้ามาใส่ ...พูดง่ายๆ ว่า ติดอาวุธให้ Chart ราคานี่แหละ



ผมเอาตัวอย่าง มาให้ดูกัน (ตัวอย่างนี้ เราใช้ Indicator เข้ามา 2 ชนิด

"เครื่อง มืออันแรก" ..ก็คือ EMA หรือ Moving Average "ใช้ดูค่าเฉลี่ย..คือ อะไรก็ตามที่อยู่เหนือค่าเฉลี่ย ก็แปลง่ายๆว่า มันอยู่ในขาขึ้น ...และอะไรอยู่ใต้ค่าเฉลี่ย ก็คือ ขาลงนั้นเอง ...ถ้าจะซื้อหุ้นแล้วหวังขึ้น ราคามันก็ควรจะอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย ..จริงไหม!! (พวกนี้แหละหลัก Common Sense ที่คนเล่นหุ้น แทบไม่เคยสนใจ เลยเจ๊งกันมากมาย คิดดีๆครับ)"

"เครื่องมืออันที่สอง" ..ก็คือ MACD ...เขาบอกว่า มันเป็น "เทพแห่ง Indicator" เพราะมันแม่น (เพราะสัญญาณมันช้า จึงแม่น ก็แค่นั้นเอง) ...พูดง่ายๆว่า ถ้าไม่รู้ว่า Trend ของหุ้นอยู่ในทิศทางใด ...ให้ดู MACD "คือ ถ้ามันอยู่เหนือ 0 ก็คือ ขาขึ้น" ...ถ้ามันอยู่ใต้ 0 ก็คือ ขาลง"

...ดังนั้น คิดง่ายๆว่า ถ้าทั้งราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย และ MACD ก็อยู่เหนือศูนย์ ก็แปลง่ายๆเลยว่า "หุ้นตัวนั้น น่าจะขึ้นต่อไป" ....จริงๆ หลัก Technical มันง่ายนิดเดียว แต่คนส่วนใหญ่ ใช้ผิด ไปมองเป็นอวิชา อะไรก็ไม่รู้ ...แล้วคิดดีๆนะ ว่า อะไรสำคัญสุดในวิชา "ความน่าจะเป็น"

ใช่!! สำคัญสุด คือ "มันอาจเป็น หรือ ไม่เป็นก็ได้ ...นั้นหมายความว่า หุ้นที่เรามองว่าขึ้น -- จริงๆ มันอาจจะขึ้น หรือ ไม่ขึ้นก็ได้ ... แต่สัญญาณทางสถิติมันบอกว่าน่าจะขึ้น -- จึงมีความน่าจะเป็นว่า "น่าจะขึ้น เราก็ซื้อตามทำกำไรได้" ... สิ่งที่ Make Sense มากๆ ถ้าเราจะเล่นกับความน่าจะเป็น ก็คือ การจำกัดความเสี่ยง ...เพราะถ้าเราเล่นการพนัน ความเสี่ยงมันสูงกว่า ผลตอบแทน ...แต่ถ้าเราลงทุน ผลตอบแทน ต้องมากกว่า ความเสี่ยง"

...สรุป คือ คนที่เล่น Technical ถ้าซื้อแล้ว ต้องปล่อยให้กำไรวิ่ง "Let Profit Run" ..ถ้าขาดทุนหรือ มองผิด ต้อง "จำกัดความเสี่ยง" ด้วยการ Cut Loss ...แค่นี้แหละ ...ศึกษาต่อเพิ่มเติม ไปอ่านหนังสือผม เช่น...แกะรอยหยัก Series , ฟรีด้อมเทรดเดอร์ หรือ คลินิกหุ้นมือใหม่ ... "หนังสือผมขายดี เพราะผมเขียน ช่วยคน 80% ที่ขาดทุนในตลาดนี่แหละ ...ไม่มีใครโง่เลยที่ขาดทุน เพียงแต่ที่เคยเดินมา มันผิดทาง ..คุณยังไม่มีอาจารย์ที่ดีก็เท่านั้นเอง ...ก็ชวนกันมาเดินอย่างรู้เท่าทันความโลภและความกลัวของตัวเอง  ..และค่อยๆรวยไปด้วยกัน ในการลงทุนทั้งชีวิตครับ"

มาดูกราฟ กัน (ยกตัวอย่างเพื่อการศึกษา ...แต่เวลาเทรดจริง อย่าไปเชื่อใคร ..อย่าหวังจะมีใครเอาปลามายัดปากให้คุณกิน ...คนเราต้องพึ่งตัวเอง ..อย่าเอาเงินที่หามาทั้งชีวิตไปละลายโง่ๆ โดยไม่ศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังก่อนครับ) ..เอาใจช่วยให้ทุกคน ศึกษาการลงทุนแบบจริงจัง ...เมื่อคุณเข้าใจ คุณรวยแน่นอน ..แล้วเราจะภูมิใจว่าเงินนี้ เราสร้างเองครับ "โคตรเท่ห์เลย ดูฉลาด...555"



อย่าง ภาพนี้ ..ราคาอยู่เหนือเส้น Moving คือ ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย ...แล้ว MACD ก็อยู่เหนือ 0 ...ดูก็รู้แล้วว่า สถิติของราคา มันบอกว่า โอกาสของการขึ้น มันมีมากกว่าลง ... ดังนั้น ก็ซื้อได้เลย ...แล้วอาจกำหนดความเสี่ยงตรงบริเวณที่ราคาเปลี่ยน Trend จากขาลงมาเป็น ขาขึ้น ที่ราคาประมาณ 140 บาท ...คือ ถ้าซื้อแล้วราคามันดันลงมาหลุด 140 ก็ต้องขายทั้งหมด (จุด 140 คือ จุด Stop Loss ของการลงทุนในครั้งนี้) ..."นี่แหละจำกัดความเสี่ยง คือ ยังไงเราก็เสียจำกัด ..เหมือนคนรู้แพ้ รู้ชนะ ..ถ้าแพ้ ก้ต้องยอมแพ้ แล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ ก็แค่นั้นเอง ..จริงไหม!!" ....แล้วถ้าเข้าซื้อแล้วขึ้นจริง ..ก็ถือไปเรื่อยๆ Let Profit Run ..ถือไปจนกว่าราคาจะหลุด Moving อีกครั้ง ..เพราะตราบใดที่ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย มันคือ ขาขึ้น จะขายทำไม ...นี่แหละ ที่หลายๆคนไม่เข้าใจ แล้วขายหมูตลอดเวลา

...ครับ ก็ลองศึกษากัน เพิ่มเติมกันดู "ไม่ง่าย ผมขอเตือน แต่ถ้าเอาจริง ผมเห็น สำเร็จทุกคน ช้าเร็วก็ว่ากันไป"...บทความวันนี้ผมเพียงอยากนำเสนอว่า จริงๆ แล้ว ที่คนส่วนใหญ่ขาดทุน เพราะใช้เครื่องมือผิด และ มุมมอง Mind Set ก็ผิดทาง ... ลองตั้งสติ แล้ว เดินบนทางแห่งปัญญาและความเข้าใจดีกว่าครับ

บทความที่น่าสนใจ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร
รูปแบบของกราฟ การเคลื่อนไหวของกราฟราคารูปร่างแปลกๆ ที่น่าสนใจครับ

จังหวะและเวลาที่ควรเข้าเทรด forex

ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมง จ-ศ ก็จริง แต่ในการเทรดหรือการเข้าไปทำกำไรนั้นเราจะ
­ต้อง รู้ว่าเวลาไหนตลาดวิ่งดีหรือไม่ดี ผมสรุปเลยนะครับว่าเวลาที่ควรเข้าไปทำกำไร คือช่วงที่มีข่าว และช่วงเวลา 07.00-09.00 น. และ 14.00 น. - 23.00 น.

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
ขั้นตอนการสมัค Exness


VDO เรื่องจังหวะและเวลาที่ควรเข้าเทรด

บทความที่น่าสนใจ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร
รูปแบบของกราฟ การเคลื่อนไหวของกราฟราคารูปร่างแปลกๆ ที่น่าสนใจครับ 

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

รูปแบบของ กราฟแท่งเทียน ขาขึ้น ตอนที่1

ลักษณะของ แท่งเทียน piercing pattern
เป็นรูปแบบการกลับตัวขาขึ้น (bullish reversal) ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง ก่อนที่จะถึงจุดต่ำสุดแท่งกราฟจะเป็นแท่งดำยาว (long black candle) และวันถัดมาราคาหุ้นจะเปิดด้วยราคาเปิด (open)
 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
ลักษณะของ แท่งเทียน piercing pattern
เป็นรูปแบบการกลับตัวขาขึ้น (bullish reversal) ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง ก่อนที่จะถึงจุดต่ำสุดแท่งกราฟจะเป็นแท่งดำยาว (long black candle) และวันถัดมาราคาหุ้นจะเปิดด้วยราคาเปิด (open) ที่ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งดำ แต่สุดท้ายราคาปิดจะวิ่งขึ้นเป็นแท่งเทียนขาวขนาดยาว (long white candle) โดยมีราคาปิดทะลุเส้นกึ่งกลางของแท่งดำ
ปัจจัยที่สำคัญ
การที่เราจะดูว่าทิศทางหุ้นที่อยู่ในช่วงขาลงจะกลับทิศเป็นขาขึ้นด้วยรูปแบบ piercing นี้ได้หรือไม่ ให้สังเกต long white candle ดังนี้
1. ราคาเปิดของ long white candle ถ้าเปิดด้วยราคายิ่งต่ำลงมากเท่าไหร่ยิ่งดี
2. ราคาปิดของ white candle ยิ่งทะลุเลยเส้นกึ่งกลาง long black candle ได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
3. หากจะให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นแท่งเทียนวันที่สามควรเป็น white candle ที่เปิดด้วย gap กระโดดขึ้นไป หรือมีราคาปิดที่สูงขึ้นจากราคาปิดของ white candle ของวันที่สอง



ลักษณะของ แท่งเทียน morning star pattern
รูปแบบนี้จะประกอบด้วยแท่งเทียน 3 แท่งที่จะแสดงถึงจุดต่ำสุดของกราฟที่พร้อมจะเปลี่ยนทิศทางจากขาลงเป็นขาขึ้น โดยแท่งเทียนแท่งที่หนึ่งจะเป็น long black candle และแท่งเทียนแท่งที่สองจะเป็น small body ที่เป็นได้ทั้ง white หรือ black small body ก็ได้ ทั้งนี้แท่งเทียนแท่งที่สองนี้จะเปิดกระโดดลงแบบมี gap
รูปแบบแท่งเทียนแท่งที่หนึ่งและสองรวมกันจะเป็นรูปแบบพื้นฐานของ star ส่วนแท่งที่สามจะเป็น white candle ที่มีราคาเปิดกระโดดจาก body ของแท่งที่สอง และแท่งที่สามนี้เองจะมีราคาปิดขึ้นไปอยู่ในระดับ body ของแท่งที่หนึ่ง

ปัจจัยที่สำคัญ
ส่วนที่เป็น star (แท่งที่สอง) จะมี 2 หรือ 3 แท่งก็ได้ หรือจะเป็น white หรือ black small body ก็ได้ รูปแบบ morning star นี้เองจะมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้ต้อง confirm ด้วยแท่งที่สามคือ white candle ถ้าเปิดแบบมี gap หรือมีราคาปิดที่สูงขึ้นมาก ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือมีมากขึ้นด้วย



ลักษณะของ แท่งเทียน morning doji star pattern
รูปแบบนี้คล้ายกับ morning star เพียงแต่แท่งที่สองเป็น doji iรูปแบบนี้ประกอบด้วยแท่งเทียน 3 แท่ง โดยแท่งที่หนึ่งเป็น long black candle ตามด้วยแท่งที่สองที่เป็น doji ส่วนแท่งที่สามเป็น long white candle ที่มีราคาปิดอยู่ในระดับ body ของ long black candle

ปัจจัยที่สำคัญ
ส่วนที่เป็น doji (แท่งที่สอง) จะมี 2 หรือ 3 แท่งก็ได้คือบางครั้งอาจจะเกิด sideway ระยะสั้นได้เหมือนกัน ยังไม่มีทิศทางที่แน่ชัด เราจึงสามารถรวมเอาแท่งเทียนแท่งที่ doji หรือ small body รวมกันได้
รูปแบบ morning doji star นี้เองจะมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้ต้อง confirm ด้วยแท่งที่สามคือ white candle ถ้าเปิดแบบมี gap หรือมีราคาปิดที่สูงขึ้นมาก ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือมีมากขึ้นด้วย


ลักษณะของ แท่งเทียน Bullish Engulfing
Bullish Engulfing เป็นรูปแบบที่มีแท่งเทียนแท่งที่สองเป็น white candle ที่มีขนาด body ยาวกว่า body ของแท่งเทียนแท่งที่หนึ่งซึ่งเป็น black candle
ความหมายของ engulfing คือกลืนกิน หรือห้อมล้อม หรือครอบงำ ซึ่งก็คือ white candle จะห้อมล้อมหรือโอบ black candle โดยที่แท่ง black candle อยู่ในพื้นที่ body ของ white candle ทั้งนี้เราจะพิจารณาเฉพาะ body ของทั้งสองแท่งเท่านั้นไม่รวมส่วน shadow

ปัจจัยที่สำคัญ
ขนาด ของ body ทั้งสองแท่งจะมีความสำคัญต่อการกลับตัวของราคาหุ้น ซึ่งรูปแบบ engulfing ที่ดีที่สุดนั้นจะประกอบด้วยแท่งเทียนแท่งแรกเป็น small black body ส่วนแท่งที่สองเป็น long white body ลักษณะเด่นแบบนี้จะแสดงถึง แรงซื้อได้ยึดหัวหาด ปล่อยให้แรงขายจางหายไปในที่สุด และถ้าจะให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นในวันที่สองที่เกิด long white body ควรมี volume ในการซื้อขายอย่างหนาแน่นด้วย หรืออาจจะ confirm ด้วยแท่งเทียนวันที่สามที่เป็น white candle เปิดด้วยราคากระโดดมี gap


ลักษณะของ แท่งเทียน Bullish Harami
คำว่า “Harami” เป็นคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น แปลว่าคนท้อง ซึ่งรูปแบบ harami จะประกอบด้วยแท่งเทียน long black candle และ small white candle โดยที่ small white candle จะอยู่ในส่วน body ของแท่งเทียน long black candle


ปัจจัยที่สำคัญ
เนื่องจากรูปแบบของ harami นั้นสัดส่วนของ white candle กับ long black candle จะต่างกันค่อนข้างมาก ดังนั้นรูปแบบ harami โดยลำพังจะไม่สามารถยืนยันการกลับทิศทางของราคาหุ้นได้ ดังนั้นต้อง confirm ด้วยแท่งเทียนในวันที่สาม โดยถ้าจะให้มั่นใจว่าทิศทางราคาหุ้นจะกลับทิศได้นั้นต้องเป็น white candle ที่มีราคาเปิดแบบกระโดดจากแท่งที่สอง หรือเป็น white candle ที่มีราคาปิดสูงขึ้นไปมากๆ

บทความที่น่าสนใจ

วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

เรียนรู้ช่องทางการลงทุน ในตลาดหุ้น ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

การลงทุน คืออะไร
การ ลงทุน หมายถึงการใช้เงินสดจริง ณ เวลาปัจจุบัน ไปจ่ายเพื่อทำธุรกรรมใดธุรกรรมหนึ่ง  เพื่อหวังให้เกิดดอกออกผล หรือได้รับผลตอบแทน จากการจ่ายเงินนั้นในอนาคต โดยมุ่งหวังว่าผลตอบแทน
 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
การลงทุน คืออะไร
การ ลงทุน หมายถึงการใช้เงินสดจริง ณ เวลาปัจจุบัน ไปจ่ายเพื่อทำธุรกรรมใดธุรกรรมหนึ่ง  เพื่อหวังให้เกิดดอกออกผล หรือได้รับผลตอบแทน จากการจ่ายเงินนั้นในอนาคต โดยมุ่งหวังว่าผลตอบแทนส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้น จะสามารถชดเชยระยะเวลา  อัตราเงินเฟ้อและความเสี่ยงที่คุ้มค่า และยังเหลือเป็นกำไรส่วนเก็บได้อีกทางหนึ่งด้วย

   http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html    




ทำไมจึงต้องลงทุน

1.เพื่อทำให้เงินในกระเป๋าโตขึ้นกว่าอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทยานขึ้นทุกวัน และมีสัดส่วนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร
2.เพื่อนำกำไรไปจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน  รวมถึงจ่ายค่าผ่อนบ้าน รถยนต์ ค่าเล่าเรียนบุตรและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
3.เพื่อเป็นทุนสำรองในยามเจ็บป่วย หรือเป็นเงินออมเพื่อใช้จ่ายในยามชรา
4.เพื่อนำเงินไปทำบุญสร้างกุศล หรือช่วยเหลือสังคมและจุนเจือแก่ผู้ด้อยโอกาส

http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html  http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html
  


ทางเลือกในการลงทุน ออนไลน์

ปัจจุบัน คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้เตรียมแผนความพร้อมทางด้านการเงิน หรือไม่ได้วางแผนในการเก็บออมทางการเงินมาก่อน จึงมักประสบปัญญาในการจัดการทางด้นการเงินระหว่างรายรับและรายจ่าย  เพราะอาจมีรายรับไม่เพียงพอรายจ่ายเพื่อดำรงชีวิตในแต่ละเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ หรือรายจ่ายอื่นๆอีกจิปาถะ   ดังนั้นคนส่วนหนึ่งจึงแสวงหาทางออกเพื่อให้เงินเก็บเฉพาะหน้า งอกเงยให้มากกว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นรายเดือน และสภาวะอัตราเงินเฟ้อ (ข้าวของแพงขึ้นทุกๆวัน)

อัตราเงินเฟ้อที่ทะยานขึ้นกว่า 7% ต่อปีสะท้อน ถึงราคาสินค้าและบริการที่ถีบตัวสูงขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร 2% ต่อปี  ประชากรจำนวนไม่น้อยจึงมีรายรับไม่สมดุลกับรายจ่าย หรือมีรายจ่ายมากกว่าราย รับ สภาวะเช่นนี้ย่อมสร้างความเดือดร้อนต่อภาคครัวเรือนและภาคการผลิต ซึ่งจะส่งผลต่อรายรับของภาครัฐในรูปของภาษีรายได้ภาครัฐซึ่งจะต้องนำมาสมทบ เป็นเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย 



http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html

http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html  http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html
  http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html    http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html   

ฟอเร็ก ซ์ เป็นตลาดที่มีศักยภาพและสภาพคล่องสูงมาก สามารถทำกำไรในระยะเวลาที่สั้นกว่าทุกๆตลาด เพราะตลาดนี้มีเงินทุนหมุนเวียนหรือยอดซื้อขายมากกว่า สี่ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน  ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ฟอเร็กซ์สามารถเทรดได้ในหลายๆรูปแบบ
(Platform) เช่น เทรดตามรูปแบบปกติ(โปรแกรม MT 4  MT5) เทรดรูปแบบออปชั่น เทรดรูปแบบไบนารี่ออปชั่น และเทรดรูปแบบสัญญาซื้อขาย ซีเอฟดี( Contract For Difference )ซึ่งเป็นสัญญาอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่สามารถเทรดหรือซื้อขายหุ้นในตลาดหลักๆ ได้ทั่วโลก เช่นตลาดหุ้นนิวยอร์ค  ตลาดหุ้นออสเตรเลีย  ตลาดหุ้นโตเกียว  ตลาดหุ้นฮ่องกง  ตลาดหุ้นสิงคโปร์  ตลาดหุ้นอินเดีย ตลาดหุ้นลอนดอน  เยอรมัน และตลาดหุ้นรัสซียได้อย่างรวดเร็ว

ประกอบกับการเทรด หุ้น ดัชนีหุ้น เงินตราระหว่างประเทศ และอนุพันธ์  ผ่านระบบการเทรดฟอเร็กซ์นั้นก็แสนจะง่ายและสtดวกสบาย
 สามารถ ทำการลงทะเบียนและเทรดได้ ณ ที่บ้านหรือในห้องนอนส่วนตัวของผู้ลงทุนเอง หรือทุกๆสถานที่ทุกหนทุกแห่งทั่วโลก การฝากและถอนเงินสามารถทำได้หลายๆช่องทางเช่น ฝากและถอนผ่าน เซเวนอีเลฟเว่น  โลตัส ผ่านธนาคาร ผ่าน Ecurrency ดังนั้นฟอเร็กซ์จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทมีอิทธิพลและนับเป็นทางเลือกที่สำคัญ ที่จะลงทุนเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของเราให้โตกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ถีบตัว สูงที่สุดในยุคปัจจุบัน


แต่การเทรด ด้วยบริบทของฟอเร็กซ์นั้นใช่ว่านักลงทุนจะสามารถเทรดทำกำไรกันได้ทุกๆคนขึ้น อยู่กับ ความรู้ ประสบการณ์และความเข้าใจในสภาพของตลาด  การวางแผนลงทุนที่ดีและเหมาะสมกับเงินทุนที่มี  การบริหารพอร์ทการลงทุนทีดี  การบริหารการเงินที่เหมาะสม การบริหารความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด  การมีระบบการเทรดที่ดี  การมีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ดีพอสมควร  และการบริหารอารมณ์หรือมีจิตวิทยาในการลงทุนที่เยือกเย็นมีเหตุผลมีสติและมี สมาธิที่ดี (ไม่ตื่นเต้น  ไม่กล้าหาญจนเกินไป  ไม่หวาดกลัวจนเกินเหตุ ไม่มีความลโมภมาเกี่ยวข้อง )   จึงจะสามารถเทรดทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง  ดังนั้นการเรียนรู้และฝึกฝนจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนทั้งมือใหม่และ มืออาชีพ


ความพอเพียงตามทฤษฎี "เศรษฐกิจพอเพียง" นั้นหมายถึง
  

ความ มีเหตุมีผลในการลงทุน   การรู้จักประมาณในการลงทุน   และการรู้จักสร้างภูมิคุ้มกันในการลงทุน (เพื่อป้องกันความเสียหาย)  และหลักการในการใช้ทฤษฎีความพอเพียงให้เกิดผลและเป็นจริงได้นั้น จะต้องยึดและยืนอยู่บนหลักการที่   

1.ต้อง มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมหรือธุรกรรมที่ทำนั้นอย่างดีและเพียงพอต่อการ ขับเคลื่อนธุรกรรมนั้นให้เจริญรุดหน้าไปตามเป้าประสงค์

2.ต้องมีคุณธรรมกำกับ ( มีความซื่อตรงซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น,เอื้อเฟื้อเจือจุนผู้อื่น, ไม่ลำเอียง, สะอาดโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ) 


บทสรุปของผู้ที่นำเอาทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ จะก่อให้เกิด     การมีชีวิต-เศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมให้เกิด   ความเจริญก้าวรุดหน้าอย่างสมดุล มีความมั่นคง และมีความยั่งยืน อย่างแน่นอน

OPTION TRADING

ออ ปชั่น เป็นตราสารสิทธิ์หรือสัญญา ที่ทำขึ้นระหว่างผู้ขายสิทธิ์ และผู้ซื้อสิทธิ์ เพื่อจะใช้สิทธิ์นั้นไปซื้อ หรือขายในสินทรัพย์อ้างอิง ที่ผู้ขายแต่เดิมได้ทรงสิทธิ์นั้นอยู่ ในสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น(Stock) ดัชนีหุ้น (Index) อัตราแลกเปลี่ยน(Currency) และสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) โดยมีระยะเวลากำหนดในการสิ้นสุดของสัญญานั้นๆ ผู้ซื้อสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าสิทธิ์แก่ผู้ขาย เรียกว่า Premium

ออ ปชั่น จึงมีสองทางเลือกที่ผู้ซื้อจะแสวงหากำไร คือ Call เมื่อวิเคราะห์ว่าราคาสินทรัพย์นั้นจะสูงขึ้น และ Put เมื่อวิเคราะห์ว่าราคาสินทรัพย์นั้นจะลดลง

ปัจจุบัน มีโบรกเกอร์ ที่เดิมเป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ในบางราย เริ่มมาสนใจ และกำหนด Platform การลงทุนด้วย Option แต่เป็นออปชั่นที่ย่นย่อเอาความยุ่งยากทั้งหลายมาเพื่อง่ายต่อการเรียนรู้ และลงทุน จึงได้ตั้งชื่อออปชั่นประเภทนี้ว่า Digital Option หรือ Fix Option (ออปชั่นจำกัดกำไร) หรือ Binary Option ( ออปชั่นสองทาง คือ ขึ้นและลง) แม้จะเป็น ไบนารี่ออปชั้นก็ยังต้องใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่เช่นนั้นก็จะทำกำไรไม่ได้ (ความเสี่ยงจะมีมากกว่า ออปชั่นธรรมดา เพราะอายุสัญญาสั้นมากๆ คิดเป็นราย นาทีและชั่วโมง แต่ถ้าวิเคราะห์เก่งก็สามารถทำกำไรได้วันละ 24 ครั้งๆละ กี่สัญญาก็คูณเข้าไป ก็จะเป็นกำไร)

Binary Option ยังมีวิธีการเทรด 3 แบบคือ High-Low , One Touch, Boundary ผลกำไรจะประมาณ 70-85% ต่อหนึ่งสัญญา สำหรับ One touch และ Boundary ยังมีวิธีการเทรดที่สามารถทำกำไรได้สูงสุด 250-350% ต่อหนึ่งสัญญาต่อการเทรด 1 ครั้ง เหมือนกับการเทรด PPP (Private Placement Program)

http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html   

ตลาด OPTION (หุ้นสหรัฐอเมริกา)


เปิดเวลา 20.30 - 03.00 น.จันทร์-ศุกร์ ( เวลาประเทศไทย ) ตลาดฟอเร็กซ์เปิด 04.30 น.วันจันทร์ ปิด 04.30 น.เช้าของวันเสาร์
หุ้น ต่างประเทศหลายๆตัวสามารถ Trade บนโปรแกรม MT4 ได้เช่น Yahoo, Google, IBM, Mc.donal, Apple,Facebook, nasdaq,Dowjone, Microsoft, eBay, JP-morgan, Goldman sach, Lasvegas sand, Starbucks, Boeing เป็นต้น



http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html     http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html

BINARY OPTION 
        เป็น การเทรด ออปชั่นชนิดหนึ่ง ที่ย่นย่อเอาความยุ่งยากทั้งมวลของการเทรดมาเป็นการเทรด ออปชั่นที่ง่ายๆ โดยมีสินค้าอ้างอิงใหญ่ๆอยู่ 3 ประเภทคือ 1.เทรดหุ้นต่างประเทศ ทุกตลาดทั่วโลก (แต่ที่นิยมคือ หุ้นสหรัฐอเมริกา) 2.เทรด ค่าอัตราแลกเปลี่ยนเงิน หรือ forex เช่น E-U,U-J, U-C,G-U รวมถึง การเทรด CFD หรือดัชนีหุ้นต่างประเทศเช่น Dow jone, Nasdaq, S&P, Nikei, 3.เทรดสินค้าอ้างอิงจาก Future เช่น ทองคำ น้ำมัน โลหะ และสินค้าฟิวเจอร์อื่นๆ

  http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html         http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html
   

การ เทรดแบบ ไบนารี่ ออปชั่นนั้น เป็นการเทรดแบบง่ายๆ โดยไม่จำเป็นจะต้องไปจับคู่กับคู่ค้า ซึ่งเป็นผู้ถือสัญญาเอาไว้ โบรกเกอร์จะเป็นคนจัดการให้ผ่านโปรแกรมการเทรด ไบนารี่ ออปชั่น ผู้เทรดเพียงต่องมีความรู้ในการ คัดเลือก ตัวหุ้น หรือ คู่เงิน หรือสินค้าอ้างอิงอื่นๆ ที่ตนเองสนใจจะเข้าไปซื้อ หรือ ขายด้วย ไบนารี่ ออปชั่น นอกจากคัดเลือกสินค้าแล้วยังต้องคอยติดตามและวิเคราะห์ ธรรมชาติตลาดของสินค้านั้นๆ โดยวิเคราะห์ทางเทคนิค เหมือนกับการเทรด หุ้น เทรดฟอเร็กซ์ หรือฟิวเจอร์ ไบนารี่ออปชั่นมีอยู่แค่ 2 คำสั่งคือ

                                                        
  

1.Call Option เป็นการเทรด ออปชั่น ในฝั่งขาขึ้น หรือ Buy หรือ Long
2.Put Option เป็นการเทรด ออปชั่น ในฝั่งขาลง หรือ Sell หรือ Short

ระยะ เวลา หรืออายุของสัญญา ในการเทรดไบนารี ออปชั่น แต่ละโบรกเอร์จะกำหนดระยะเวลาของสัญญา ในหุ้น ตราสาร หรือ ฟิวเจอร์ไว้แตกต่างกันเช่น ภายใน 1 วัน (มีตั้งแต่ 5 นาที 30 นาที หนึ่งชั่วโมง 5 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง) 1 สัปดาห์ 1 เดือน หรือ 1 ปี

นิยามเงินเฟ้อ (Inflation)

แบบ ที่ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ ก็คือค่าของเงินในกระเป๋าลดลงทุกๆปี สินค้าหรือดัชนีย์ราคาได้สูงขึ้นทุกปีเมื่อเทียบกับราคาในปีก่อนๆ เช่นเคยทานก๋วยเตี๋ยว"เจ้าซอ"ชามละ 20 บาทในปีก่อน สำหรับปีนี้ทานไม่ได้แล้วราคาได้เพิ่มขึ้นเป็นชามละ 30 บาทเท่ากับเงินในกระเป๋าเราเล็กลงทุกวัน เล็กลงมากกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากธนาคาร เช่นเราฝากเงินออมทรัพย์ธนาคารได้ดอกเบี้ย 2% ต่อปี แต่เงินเฟ้อ 5%-7% ต่อปี เงินเฟ้อจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจที่จะบั่นทอนความมั่งคั่งของเงินออม เพราะมันทำให้เงินออมเล็กลง เงินเฟ้อเป็นส่วนลดของเงิน ส่วนดอกเบี้ย เป็นส่วนเพิ่มของเงินออม

หากปล่อยให้เงินออมอยู่เฉยๆในธนาคาร อาจจะโตไม่ทันอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เป็นไปตามหลักการเดียวกันกับ "ดอกเบี้ยทบต้น" ถ้าปล่อยให้ "เงินเฟ้อทบต้น"จะกลายเป็นมะเร็งร้ายทางการเงิน ทำให้อำนาจซื้อของเราลดลง
อย่าง ไม่ต้องสงสัยทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพราะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงๆในชีวิตจริงๆนั้นมันมากกว่า ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่รัฐบาลประกาศออกมาค่อนข้างมากโขทีเดียว หรือตัวเลขที่รัฐบาลประกาศต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริงนั่นเอง



บทความที่น่าสนใจ

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

3 ทางเลือกในการลงทุนยุคปัจจุบั

นักลงทุนหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินเครื่องมือ การลงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือกลุ่มเเรก (เป็นเครื่องมือที่ความเสี่ยงต่ำ เเต่ในขณะเดียวกันผลตอบเเทนก็ต่ำลงไปด้วย)

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex

นักลงทุนหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินเครื่องมือ การลงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

เครื่องมือกลุ่มเเรก
(เป็นเครื่องมือที่ความเสี่ยงต่ำ เเต่ในขณะเดียวกันผลตอบเเทนก็ต่ำลงไปด้วย)
 
1. ฝากธนาคาร ---> ความเสี่ยงต่ำ เเต่ผลตอบเเทนที่ได้รับก็จะต่ำไปด้วย ประมาณ ไม่เกิน 2%

 2. พันธบัตรรัฐบาล ---> มีความปลอดภัยสูง ผลตอบเเทนประมาณ 5% เเต่การที่จะได้รับ ผลตอบเเทน 5% ตามที่ระบุในคูปองนั้น เราอาจจะต้องถือไปจนครบอายุตามที่ระบุไว้ในพันธบัตร อาจต้องใช้เวลา 5-10 ปี

3.ประกันชีวิต ---> ดูเหมือนจะได้รับผลตอบเเทนเยอะ จริงๆเเล้ว มากกว่าเงินฝากเพียงไม่มากเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่จะเอาเงินของเราไปลงทุนต่อในตราสารหนี้ หุ้นพื้นฐาน และพันธบัตรรัฐบาล ต่ออีกทีหนึ่ง ดังนั้นเมื่อคำนวณด้วยสูตรทางการเงินจะพบว่าได้ผลตอบเเทนสุทธิเพียงประมาณ 2.5-3.5% ต่อปีเท่านั้นเอง
เครื่องมือกลุ่มที่สอง
(เป็นเครื่องมือให้ผลตอบเเทนพอสมควร เเต่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นด้วย)


1. หุ้น ---> เราจะได้ผลตอบเเทน 2 ทาง คือจากเงินปันผล สำหรับหุ้นปันผล เเละจากการขึ้นลงของราคา โดยเฉลี่ยเเล้ว จะทำผลตอบเเทนอยู่ที่ 12-15% ต่อปี

2.ทองคำ ---> ราคาทองคำค่อยๆ ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหลายคนคิดว่าทองคำเป้นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนกว่าหุ้นด้วยซ้ำ เเต่เมื่อไปศึกษาจากข้อมูลย้อนหลังก็จะพบว่า จริงๆเเล้วทองคำยังให้ผลตอบเเทนที่น้อยกว่าหุ้นอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

3.กองทุนรวมต่างๆ ---> ขึ้นอยู่กับชนิดของกองทุน เเละความสามารถในการบริหารกองทุนด้วย โดยรวมเเล้วผลตอบเเทนพอๆกับหุ้น

เครื่องมือกลุ่มสุดท้าย (เป็นเครื่องมือที่ให้ผลตอบเเทนสูง ถึง สูงมากเเต่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัว)

เรา จะเน้นพูดถึงเครื่องมือในกลุ่มนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากหากเรารู้จักวิธีการใช้เครื่องมือนี้อย่างถูกวิธี ก็จะทำให้มีอิสรภาพทางการเงินอย่างง่ายดาย

1.ฟิวเจอร์ส ---> ตอนนี้ในประเทศไทย มีเเล้ว ที่ตลาด TFEX.co.th ซึ่งจากการใช้เครื่องมือนี้ทำให้เรามีพลังในการลงทุน เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 เท่าตัว เช่น ถ้าราคาหุ้นขยับ 10% อาจส่งผลให้ราคาฟิวเจอร์ขยับถึง 50% ซึ่งด้วยผลของอัตราทดนี้ ทำให้มีผู้ที่ประสบความสำเร็จ เเละร่ำรวยจากการใช้เครื่องมือตัวนี้อย่างมากมาย ในไทยตอนนี้เปิดให้เทรดฟิวเจอร์สของหุ้นรายตัว , ฟิวเจอร์สของดัชนีหลักทรัพย์ ฟิวเจอร์ทองคำ เเละสินค้าการเกษตรอย่างข้าว ยางพารา เเละมันสำปะหลัง

2.ออปชั่น ---> ตอนนี้ในตลาดของประเทศไทย มีเพียงเเเค่ ออปชั่นกับดัชนี เครื่องมือนี้ให้ผลตอบเเทนที่สูง มีการใช้กลยุทธ์ในการลงทุนที่หลากหลายมากๆ พวกเฮดฟันด์ใหญ่ๆชอบใช้ออปชั่นในการลงทุน ทำให้ออปชั่น เป็นเครื่องมือที่มีอานุภาพภาพมากๆ นักลงทุนบางคนสามารถทำผลตอบเเทนจากการใช้กลยุทธ์ของออปชั่น ตั้งเเต่ 100-5,000% ภายในเวลาเเค่เดือนเดียวเท่านั้น ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ส่วนใหญ่ใช้ทั้งตลาดขาขึ้น ขาลง อยู่นิ่ง เเละก็ผันผวน เรียกว่าสามารถกำไรจากการลงทุนในออปชั่นได้ทุกสภาวะตลาดกันเลยทีเดียว

3.ค่าเงิน (Forex) ---> ในต่างประเทศ มีผู้ประสบความสำเร็จจากการค้าค่าเงินเป็นจำนวนมาก ที่ดังจนติด Forbes ก็คือ จอร์จ โซรอส ตลาดค้าเงินถือว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตลาดเปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วัน จันทร์-ศุกร์ มีปริมาณการซื้อขายกันมากมายมหาศาลมากใน 1 วันดังนั้น Forex จึงเป็นช่องทางหนึงที่คนทั่วโลกเลือกที่จะเข้าลงทุน

กล่าวโดยสรุปคือ
การ ที่เราจะเลือกเครื่องมือการลงทุน เเบบใดนั้นขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการผลตอบเเทนโดยเฉลี่ยเท่าไหร่ เราสามารถที่จะยอมรับความเสี่ยงได้เเค่ไหน เพราะการลงทุนเป็นเรื่องของ ผลตอบเเทนและความเสี่ยง

Blog นี้จะเน้นเฉพาะเครื่องมือประเภท Forex เนื่องจากความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือ เราสามารถหาข้อมูลได้ไม่ยากนัก เเละก็มีผู้เชี่ยวชาญอยู่มากมาย Forex สามารถสร้างผลตอบเเทนการลงทุนได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังสามารถ Limit การขาดทุนได้อย่างดี เเต่ในไทยนั้นกลับยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก



 บทความที่น่าสนใจ

วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้

   จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อดังชาวอเมริกัน เชื้อสายฮังการี ในวัย 83 ปี เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ “แดร์ ชปีเกิล” นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของเยอรมนีฉบับวันอาทิตย์ (23) โดยระบุ เขามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเงินยูโรในฐานะของช่องทางสร้างรายได้ที่เป็น กอบเป็นกำ และกำลังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในภาคธนาคารในสหภาพยุโรป (อียู)

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2557 04:03 น.

ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้
จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อดังชาวอเมริกัน เชื้อสายฮังการี ในวัย 83 ปี
       รอยเตอร์/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - “จอร์จ โซรอส” พ่อมดการเงินชื่อก้องโลกเผย สนใจเก็งกำไรค่าเงินยูโร และกำลังเตรียมเข้าไปลงทุนภาคธนาคารที่กำลังประสบปัญหาทั่วสหภาพยุโรป (อียู) หลายฝ่ายเชื่อ โซรอสมองเห็นลู่ทางฟันกำไรอื้อ จากการเข้าไปหากินกับสถาบันการเงินที่ง่อนแง่นทั่วยุโรป

       จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อดังชาวอเมริกัน เชื้อสายฮังการี ในวัย 83 ปี เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ “แดร์ ชปีเกิล” นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของเยอรมนีฉบับวันอาทิตย์ (23) โดยระบุ เขามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเงินยูโรในฐานะของช่องทางสร้างรายได้ที่เป็น กอบเป็นกำ และกำลังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในภาคธนาคารในสหภาพยุโรป (อียู)

       โซรอสยอมรับกับสื่อดังของเยอรมนีว่า ทีมงานด้านการลงทุนของเขากำลังตั้งตารอโอกาสที่จะฟันกำไรมหาศาลในยุโรปใน หลากหลายช่องทาง โดยหนึ่งในช่องทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือการเข้าเก็งกำไรค่าเงินยูโร และการอัดฉีดเงินของตนเข้าไปในธนาคารที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทั่ว ยุโรป

       “ขณะนี้ ทีมงานของผมกำลังมองหาลู่ทางสร้างรายได้มหาศาลในยุโรป ซึ่งหนึ่งในช่องทางที่ผมมองไว้ในตอนนี้ คือ การแสวงหากำไรจากเงินยูโร รวมทั้งการอัดฉีดเงินทุนเข้าไปยังบรรดาธนาคารที่ประสบปัญหาทั่วยุโรป ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่กลุ่มยูโรโซนจะต้องเปิดรับการลงทุนจากนักลงทุนเอกชน อย่างเรา” โซรอสกล่าว

       พ่อมดการเงินชื่อก้องโลกซึ่งมีทรัพย์สินในครอบครองมากกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 748,295 ล้านบาท) ยังยอมรับว่า หนึ่งในประเทศแรกๆ ที่เขาเตรียมเข้าไปเก็งกำไร คือ กรีซ ชาติสมาชิกยูโรโซนที่ประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว และเสี่ยงต่อการล้มละลายอย่างยิ่งยวดในช่วงที่ผ่านมา

       “ผมเกรงว่ากลุ่มยูโรโซนจะประสบกับภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจที่ยาวนาน คล้ายกับปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับญี่ปุ่นในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา แม้ในระยะหลังจะมีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าตลาดการเงินในยูโรโซนจะเริ่ม สงบนิ่งมากขึ้น แต่การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนนั้นก็ยังคงไม่เกิดขึ้น และภาวะเช่นนี้เองที่เหมาะต่อการเก็งกำไร” โซรอส กล่าวเสริม

       ทั้งนี้ โซรอสเคยฟันกำไรเข้ากระเป๋ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อปี 1992 จากการเข้าโจมตีค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง ของสหราชอาณาจักร จนเกือบทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ประสบภาวะล้มละลาย รวมถึงเคยทำกำไรอีกมหาศาลจากการเข้าโจมตีค่าเงินบาทของไทยเมื่อครั้งที่เกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เมื่อช่วงปี 1997
ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้
โซรอสเคยฟันกำไรเข้า กระเป๋ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อปี 1992 จากการเข้าโจมตีค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง ของสหราชอาณาจักร จนเกือบทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ประสบภาวะล้มละลาย รวมถึงเคยทำกำไรอีกมหาศาลจากการเข้าโจมตีค่าเงินบาทของไทยเมื่อครั้งที่เกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เมื่อช่วงปี 1997
      
ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้
เงินยูโรคือเหยื่อรายต่อไปของโซรอส?
     
ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้


 บทความที่น่าสนใจ

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

BOLLINGER BANDS เครื่องมือสำหรับ Swing เทรดเดอร์

Bollinger Bands ประกอบด้วยเส้นค่าเฉลี่ย (BB average) ที่อยู่ตรงกลาง 1 เส้น และเส้นกรอบบน (BB Top), เส้นกรอบล่าง(BB Bottom) อีกอย่างละเส้น รวมเป็น 3 เส้น

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex

  

 BOLLINGER BANDS  เครื่องมือสำหรับ Swing เทรดเดอร์

    Bollinger Bands ประกอบด้วยเส้นค่าเฉลี่ย (BB average) ที่อยู่ตรงกลาง 1 เส้น และเส้นกรอบบน (BB Top), เส้นกรอบล่าง(BB Bottom) อีกอย่างละเส้น รวมเป็น 3 เส้น

Bollinger Bands จะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับแนวโน้มของราคา โดยเส้น BB Top ทำหน้าที่เป็นแนวต้าน และเส้น BB Bottom ทำหน้าที่เป็นแนวรับ ในขณะที่เส้น BB Average ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งแนวโน้มระหว่างแนวรับ-แนวต้าน

การใช้งาน

1. ราคาจะซื้อขายกันอยู่ในกรอบ Bollinger Bands โดยการทะลุเส้นบนหมายถึงภาวะ over bought ในขณะที่การทะลุเส้นล่างหมายถึงภาวะ over sold ที่ราคามักจะต้องกลับเข้าไปซื้อขายกันอยู่ในกรอบเสมอ

2. การซื้อขายที่อยู่ระหว่างเส้น BB Average กับเส้น BB Top จะแสดงลักษณะตลาดในแนวโน้มขาขึ้น และในทางตรงข้าม การซื้อขายที่อยู่ระหว่างเส้น BB Average กับเส้น BB Bottom เป็นการแสดงลักษณะตลาดในแนวโน้มขาลง ฉะนั้นการไม่ทะลุขึ้นหรือลงจึงเป็นการแสดงลักษณะว่า ตลาดจะดำเนินต่อไปตามแนวโน้มเดิมที่เป็นอยู่นั้น

3. เมื่อตลาดกำลังดำเนินอยู่ในภาวะแนวโน้มขาขึ้น เส้น BB Average จะทำหน้าที่เป็นแนวรับในขณะที่เส้น BB Top เป็นเป้าหมายที่ราคาจะไปถึง และจะดำเนินต่อไปในกรอบนี้ตราบเท่าที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลง ด้วยการทะลุเส้น BB Average ลงมา ก็จะเป็นตรงกันข้าม

4. การเคลื่อนไหวขึ้นลงของราคาในกรอบที่แคบเป็นเวลานาน จะทำให้ Bollinger Bands แคบเล็กลงตามลำดับ และการแกว่งของราคาในกรอบที่กว้างเป็นเหตุทำให้ช่วงความกว้างของ Bollinger Bands ขยายใหญ่ตามไปด้วย

5. เมื่อ Bollinger Bands บีบแคบลงมากจนเมื่อวันหนึ่งมีวอลุ่มซื้อขายเพิ่มเข้ามาอย่างมหาศาลพร้อมราคา ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว Bollinger Bands จะแสดงออกในลักษณะ "กรวยปากอ้า" ปากระเบิดอย่างเต็มที่ ในทางตรงกันข้าม Bollinger Bands ที่มีลักษณะถ่างกว้างมาชั่วเวลาหนึ่ง ปากจะหุบลงเมื่อการซื้อขายกลับเข้ามาอยู่ในระดับปกติ


 บทความที่น่าสนใจ